เมื่อวันที่ 18-19 มีนาคม 2568 สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำโดย นายวินิจ ศิลามงคล นายกสภาวิชาชีพบัญชี นางสุวิมล กฤตยาเกียรณ์ ประธานอนุกรรมการกำกับดูแลการบริหารสาขา สภาวิชาชีพบัญชี นางพรรณี วรวุฒิจงสถิต และนางสาวชวนา วิวัฒน์พนชาติ ที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการกำกับดูแลการบริหารสาขา สภาวิชาชีพบัญชี และคณะอนุกรรมการกำกับดูแลการบริหารสาขา สภาวิชาชีพบัญชี จำนวน 4 คน ลงนามบันทึกความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ สาขานครสวรรค์ นำโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ไชยรัตน์ ปราณี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี สนับสนุนการศึกษา ยกระดับมาตรฐานวิชาชีพให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน พร้อมจัดให้มีประชุมร่วมกันระหว่างคณะอนุกรรมการกำกับฯ และนางธนพร กุศลธรรมรัตน์ ประธานอนุกรรมการบริหารสำนักงานสาขานครสวรรค์ และผู้แทนจากคณะอนุกรรมการบริหารสำนักงานสาขานครสวรรค์ เพื่อการบริหารจัดการด้านสมาชิก และสาขาในส่วนภูมิภาค ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับส่วนกลาง
หลังจากพิธีลงนาม จัดให้มีการเปิดป้ายสำนักงานสาขานครสวรรค์อย่างเป็นทางการ ณ คณะวิทยาการจัดการ ชั้น 5 อาคาร 10 ห้องสภาวิชาชีพบัญชี สำนักงานสาขานครสวรรค์ และมีกิจกรรม TFAC Open House เปิดบ้านสภาวิชาชีพบัญชี เพื่อให้ความรู้แก่นิสิต นักศึกษาเกี่ยวกับบทบาทของสภาวิชาชีพบัญชี รวมถึงส่งเสริมให้นิสิต นักศึกษาก้าวสู่วิชาชีพบัญชี และตระหนักถึงความสำคัญจรรยาบรรณวิชาชีพ ในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 346 คน นอกจากนี้ สภาวิชาชีพบัญชี ยังได้จัดโครงการ “นายกสภาฯ พบสมาชิก” เปิดเวทีให้สมาชิกในภูมิภาคได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสะท้อนประเด็นปัญหาต่อการประกอบวิชาชีพบัญชี โดยมีการบรรยายเกี่ยวกับจรรยาบรรณ ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม 133 คน
ทั้งห้ากิจกรรมนี้ เป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสภาวิชาชีพบัญชีในการเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบวิชาชีพ ยกระดับมาตรฐาน และขับเคลื่อนวิชาชีพบัญชีของประเทศไทยให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคง
หลังจากพิธีลงนาม จัดให้มีการเปิดป้ายสำนักงานสาขานครสวรรค์อย่างเป็นทางการ ณ คณะวิทยาการจัดการ ชั้น 5 อาคาร 10 ห้องสภาวิชาชีพบัญชี สำนักงานสาขานครสวรรค์ และมีกิจกรรม TFAC Open House เปิดบ้านสภาวิชาชีพบัญชี เพื่อให้ความรู้แก่นิสิต นักศึกษาเกี่ยวกับบทบาทของสภาวิชาชีพบัญชี รวมถึงส่งเสริมให้นิสิต นักศึกษาก้าวสู่วิชาชีพบัญชี และตระหนักถึงความสำคัญจรรยาบรรณวิชาชีพ ในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม 346 คน นอกจากนี้ สภาวิชาชีพบัญชี ยังได้จัดโครงการ “นายกสภาฯ พบสมาชิก” เปิดเวทีให้สมาชิกในภูมิภาคได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสะท้อนประเด็นปัญหาต่อการประกอบวิชาชีพบัญชี โดยมีการบรรยายเกี่ยวกับจรรยาบรรณ ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้เข้าร่วมกิจกรรม 133 คน
ทั้งห้ากิจกรรมนี้ เป็นการสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสภาวิชาชีพบัญชีในการเสริมสร้างศักยภาพผู้ประกอบวิชาชีพ ยกระดับมาตรฐาน และขับเคลื่อนวิชาชีพบัญชีของประเทศไทยให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคง







