คำถามที่พบบ่อย
สภาวิชาชีพบัญชีจัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ.2547
มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพบัญชี
ผู้สอบบัญชี
สมาชิก
ผู้ทำบัญชี
มาตรฐาน
งบการเงิน
รายงาน
ข้อกำหนด
นโยบาย
สัญญา
TSQC1

เราได้คัดคำถามที่พบบ่อยมาให้ท่านแล้ว

คำถาม

การสมัครสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีฯ กับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีต้องทำอย่างไรบ้าง

คำตอบ

1. กรณีสมัครสมาชิก
     1.1 ให้กรอกใบสมัครสมาชิกสภาวิชาชีพบัญชีฯ (สวบช.1) (Click)
     1.2 หลักฐานประกอบ สวบช.1 สำเนาเอกสารทุกฉบับต้องมีลายเซ็นของผู้สมัครในการรับรองสำเนาถูกต้อง ประกอบด้วย
          (1) สำเนาหลักฐานการศึกษา (ประกาศนียบัตร/อนุปริญญา/ปริญญา) จำนวน 1 ฉบับ ในกรณีที่ปริญญาไม่ได้ระบุ
          ชัดเจนว่าเป็นสาขาบัญชีให้แนบใบรับรองผลการศึกษาตลอดหลักสูตร (
Transcript) ด้วย
          (2)  สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 1 ฉบับ
          (3)  สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ฉบับ
          (4)  รูปถ่ายครึ่งตัว หน้าตรง ไม่สวมหมวก ขนาด 1 นิ้ว ถ่ายมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 1 รูป
          (5)  กรณีมีการเปลี่ยนชื่อนามสกุล ให้แนบเอกสารสำคัญการเปลี่ยนชื่อนามสกุลด้วย จำนวน 1 ฉบับ

2. กรณีขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชี
     2.1 ให้กรอกคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชี (สวบช.2) (Click)
     2.2 หลักฐานประกอบ สวบช.2 ใช้หลักฐานเช่นเดียวกับการสมัครสมาชิก
     2.3 การชำระค่าธรรมเนียมการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชี  ให้ดำเนินการเช่นเดียวการกับชำระค่าบำรุงสมาชิก

3. ชำระค่าบำรุงสมาชิกหรือ โดยใช้บริการผ่านทางระบบบริการออนไลน์หรือชำระที่อาคารสภาวิชาชีพบัญชีฯ
     ทั้งนี้ ต้องจัดส่งเอกสารข้างต้น พร้อม pay-in สลิปการจ่ายชำระเงินผ่านธนาคารมาทางไปรษณีย์ถึงส่วนงานทะเบียน สภาวิชาชีพบัญชีฯ หรือสามารถยื่นใบสมัครพร้อมชำระเงินได้ที่อาคารสภาวิชาชีพบัญชีฯ และสถานะสมาชิกจะเริ่ม ณ วันที่มีการชำระค่าบำรุงสมาชิก

คำถาม

การจ่ายเงินปันผล :

กรณีการจ่ายเงินปันผลของบริษัทฯ

บริษัทฯ มีผลขาดทุนสะสมยกมาต้นปี 58      เป็นจำนวนเงิน    100 บาท

ปี 58 มีผลกำไรสุทธิหลังภาษี                  เป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท

สิ้นปี 58 บริษัท มีผลกำไรสะสมยกไป         เป็นจำนวนเงิน    900 บาท

          กรณีดังกล่าว จะสามารถจ่ายเงินปันผลได้สูงสุดเท่าใด และการกันเงินกำไรสะสม สำรองตามกฎหมายไม่น้อยกว่า 5% จากยอดกำไรสุทธิ ปี 58 หรือ จากยอดกำไรสะสม ณ วันสิ้นปี58 (เนื่องจากผลประกอบการสะสมที่ผ่านมาเป็นขาดทุนสะสม)

          กรณีที่กันเงินสำรองตามกฎหมายจากกำไรสุทธิในปีที่จ่ายเงินปันผล ไว้ไม่น้อยกว่า 5% สะสมไว้ จนเงินสำรองตามกฎหมายถึง 10% ของทุนจดทะเบียน หรือของทุนรับชำระแล้ว

(คำถามประจำเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2559)

คำตอบ

ตามที่ท่านถามมาน่าจะเป็นการจ่ายปันผลของบริษัทจำกัดใช่หรือไม่

ถ้าใช่ ให้เป็นไปตามมาตรา  1200-1205 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

โดยตามมาตรา 1201 ห้ามมิให้ประกาศอนุญาตเงินปันผล นอกจากโดยมติของที่ประชุมใหญ่ กรรมการอาจจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้น ได้เป็นครั้งเป็นคราว
ในเมื่อปรากฏแก่กรรมการว่าบริษัทมีกำไรสมควรพอที่จะทำเช่นนั้น

ห้ามมิให้จ่ายเงินปันผลจากเงินประเภทอื่นนอกจากเงินกำไร ถ้าหากบริษัทขาดทุน ห้ามมิให้จ่ายเงินปันผลจนกว่าจะได้แก้ไขให้หายขาดทุนเช่นนั้น

มาตรา 1202 ทุกคราวที่แจกเงินปันผล บริษัทต้องจัดสรรเงินไว้เป็นทุน สำรองอย่างน้อยหนึ่งในยี่สิบส่วนของจำนวนผลกำไร ซึ่งบริษัททำมาหาได้จาก กิจการของบริษัท จนกว่าทุนสำรองนั้นจะมีจำนวนถึงหนึ่งในสิบของจำนวนทุน ของบริษัทหรือมากกว่านั้น แล้วแต่จะได้
ตกลงกำหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัท (ที่มา : ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์)

          ดังนั้น จากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในมาตราดังกล่าว ให้จ่ายเงินปันผลได้เฉพาะส่วนของกำไรเท่านั้น คือ 900 บาท เนื่องจากห้ามมิให้จ่ายเงินปันผลจนกว่าจะได้แก้ไขให้หายขาดทุน และการกันสำรองให้กันจากเฉพาะส่วนของกำไรที่ทำมาหาได้สุทธิจากขาดทุนสะสม คือไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของเงิน 900 บาท ที่จะประกาศจ่ายปันผล (กันมากกว่าได้)และเพดานของสำรองตามกฎหมายคำนวณจากทุนของบริษัท ซึ่งทุนของบริษัทตามประมวลฯที่เป็นที่เข้าใจกันคือทุนที่ไปจดทะเบียนกับนายทะเบียน เพราะเรื่องของการเรียกชำระเป็นเรื่องของบริษัทแต่ละบริษัท

 ทั้งนี้ขอให้ท่านปรึกษาผู้สอบบัญชีของบริษัทอีกครั้งเนื่องจากได้รับข้อมูลและเอกสารหลักฐานที่ชัดเจนกว่า และผู้สอบบัญชีเป็นผู้ที่เข้าใจในธุรกิจของท่าน

คำถาม

ค่าบำรุงสมาชิกและค่าธรรมเนียมการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีปีละเท่าไร สามารถชำระได้กี่ปี

คำตอบ

ค่าบำรุงสมาชิกและค่าธรรมเนียม มีรายละเอียดดังนี้

  • ค่าบำรุงสมาชิกสามัญ, วิสามัญ ปีละ 500 บาท
  • ค่าบำรุงสมาชิกสมทบ ปีละ 300 บาท
  • ค่าธรรมเนียมการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีระดับปริญญาตรี ปีละ 500 บาท
  • ค่าธรรมเนียมการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีระดับต่ำกว่าปริญญาตรี ปีละ 300 บาท
  • ทั้งสองกรณีชำระได้ไม่จำกัดจำนวนปี (Click)

รูปแบบคำถามตามหมวดหมู่

มาตรฐานการรายงานทางการเงิน
  • ปี 2558
  • ปี 2559
  • ปี 2560
  • ปี 2561
  • ปี 2562
หมวด TSQC1
  • ข้อกำหนดจรรยาบรรณ
  • คู่มือนโยบายและวิธีปฏิบัติ
  • มาตรฐาน TSQC1
หมวด ทะเบียน
  • สมาชิก
  • ผู้ทำบัญชี
  • ผู้สอบบัญชี
  • ผู้ฝึกหัดงาน
หมวด มาตรการบัญชีชุดเดียว