3744
แชร์

คณะทำงานสร้าง Community ของผู้ทำบัญชีในแต่ละ Industry

อื่น ๆ
06 พ.ค. 2565 เวลา 13:34 น.
เข้าชม : 3744 คน
แชร์
/var/www/html/themes/tfac_v1/single.php on line 291
https://tfac.or.th/media/573076803015544832/2026/03/kSWE0nJw9s4Qy7r6jLqu8P1i_400.png" class="img-fluid" alt=" cover">

{"th":"คณะทำงานสร้าง Community ของผู้ทำบัญชีในแต่ละ Industry","en":"คณะทำงานสร้าง Community ของผู้ทำบัญชีในแต่ละ Industry"}



หลักการและเหตุผล
          ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 กำหนดให้ทุกนิติบุคคลต้องจัดให้มีผู้ทำบัญชี เพื่อทำหน้าที่และรับผิดชอบในการจัดทำบัญชีของธุรกิจถูกต้อง ซึ่งจะส่งผลให้ข้อมูลในงบการเงินเชื่อถือได้ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจของธุรกิจ และพัฒนาระบบเศรษฐกิจได้ ปัจจุบันประเทศไทยมีนิติบุคคลรวมทั้งสิ้น 770,087 ราย และมีผู้ทำบัญชีรวมทั้งสิ้น 72,203 คน ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะของพนักงานในกิจการ สำนักงานบัญชี หรือผู้ทำบัญชีอิสระ (ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ณ วันที่ 9 ธ.ค. 2563)
          จากสถานการณ์ในปัจจุบันที่ทาให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยและทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะในปี 2563 นี้ ภาคธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างมากทั้งเรื่องของโรคโควิด-19 หรือ การนำ TFRS 9 มาใช้เป็นครั้งแรก ซึ่งปฎิเสธไม่ได้ว่าผลกระทบดังกล่าวกระทบต่อการจัดทำบัญชีของธุรกิจเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากระบบเศรษฐกิจก็ดี หรือการบังคับใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงินก็ดี หรือการออกกฎหมายใหม่ก็ดี จะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจที่แตกต่างกันในแต่ละประเภทธุรกิจหรือแต่ละอุตสาหกรรม (Industry)
          คณะกรรมการวิชาชีพบัญชีด้านการทำบัญชี จึงเห็นควรจัดตั้ง “คณะทำงานสร้าง Community ของผู้ทำบัญชีในแต่ละ Industry” เพื่อเป็นทีมสนับสนุนให้แก่คณะกรรมการสภาวิชาชีพบัญชี และคณะกรรมการ/คณะอนุกรรมการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเป็นศูนย์กลางของผู้ทำบัญชีในแต่ละ Industry ที่จะได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ให้ข้อเสนอแนะ ปรึกษาหารือ ประสานความร่วมมือกับองค์กรต่างๆ และมีการสร้างวิชาชีพบัญชีให้เข็มแข็งตั้งแต่ต้นน้ำคือ นักศึกษาสาขาบัญชีในสถานบันการศึกษาถึงปลายน้ำ คือผู้ทำบัญชีสำนักงานบัญชี

วัตถุประสงค์

          1. เป็นศูนย์กลางของวิชาชีพด้านการทำบัญชี สร้าง Connection ในแต่ละ Industry เพื่อช่วยเหลือกัน
          2. ได้รับรู้ถึง Pain point ของแต่ละ Industry เพื่อหาแนวทางในการแก้ไข เช่นเรื่อง ผลกระทบการบังคับใช้มาตรฐานหรือกฎหมาย เป็นต้น
          3. ผู้ทำบัญชีมีส่วนร่วมในการพัฒนาวิชาชีพทำบัญชี และได้รับการพัฒนาความรู้ และทักษะที่เหมาะสม ตรงตามความต้องการ

ผลงาน